หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าโรคหัวใจเป็นเรื่องไกลตัว จะเกิดกับใครก็คงไม่ใช่กับเราในวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงานที่ยังแข็งแรงอยู่แน่นอน แต่จริงๆ แล้วรู้ไหมคะว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรานี่แหละค่ะ คือตัวการสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ความเครียด หรือการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ วันนี้เราจะชวนมาสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงรอบตัว พร้อมวิธีดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรงกันค่ะ ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจปัจจัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดกันก่อนนะคะ ซึ่งก็คือเรื่องของพันธุกรรม อายุ และเพศค่ะ พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวสายตรงของเรา เช่น พ่อแม่พี่น้อง มีประวัติป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะทำให้เรามีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปค่ะ อายุและเพศ: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น อวัยวะต่างๆ รวมถึงหัวใจและหลอดเลือดก็ย่อมเสื่อมลงตามธรรมชาติ และโดยเฉลี่ยแล้ว เพศชายจะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าเพศหญิงค่ะ แม้จะเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่การรู้ไว้ก็ช่วยให้เราตระหนักและหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองได้เร็วขึ้นนะคะ พฤติกรรมการกินตัวการสำคัญ อาหารที่เราทานในแต่ละวันส่งผลต่อสุขภาพหัวใจโดยตรงเลยค่ะ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งพบมากในเมนูโปรดของใครหลายๆ คน ของทอด ของมัน: ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด หมูทอด เฟรนช์ฟรายส์ หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันเยอะๆ ล้วนแต่เพิ่มไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ซึ่งจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตันได้ค่ะ กะทิ: แกงกะทิต่างๆ แม้จะหอมอร่อย แต่ก็เป็นแหล่งของไขมันอิ่มตัวสูงเช่นกันค่ะ ของหวาน เบเกอรี่: เค้ก คุกกี้ ขนมปังต่างๆ มักมีส่วนประกอบของเนย […]
Author Archives: admin
การทำ Ice Bath หรือการแช่น้ำเย็นจัด เป็นหนึ่งในวิธีฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่หากทำไม่ถูกวิธี อาจเกิดอันตรายมากกว่าประโยชน์ บทความนี้สรุปหลักสำคัญของการทำ Ice Bath อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลสูงสุด 1. อุณหภูมิที่เหมาะสม หัวใจสำคัญของ Ice Bath อุณหภูมิน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะอันตรายส่วนใหญ่มักเกิดจากจุดนี้ ต่ำกว่า 15°C เริ่มให้ประโยชน์ ต่ำกว่า 9°C ให้ประโยชน์มากขึ้น ต่ำกว่า 4°C ให้ประโยชน์สูงสุด สำหรับผู้ที่ทำครั้งแรก ควรเริ่มที่ประมาณ 15°C ก่อน แล้วค่อยลดอุณหภูมิลงในครั้งถัดไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างปลอดภัย 2. ผู้มีโรคประจำตัว ต้องระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง สามารถทำ Ice Bath ได้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขสำคัญ คือ ควบคุมโรคได้ดีแล้ว เรียนรู้วิธีทำที่ถูกต้อง อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หากยังควบคุมโรคไม่ได้ ไม่ควรทำด้วยตนเอง 3. […]
หัวใจทำงานตลอด 24 ชั่วโมง…แต่เราเคยดูแลหัวใจจริงจังแค่ไหน? ECP (External Counterpulsation) เทคโนโลยีดูแลหัวใจและหลอดเลือดแบบไม่เจ็บตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ECP คืออะไร? ECP คือการใช้เครื่องบีบนวดพิเศษ (Cuffs) พันบริเวณน่อง ต้นขา และสะโพก เครื่องจะทำงานสัมพันธ์กับจังหวะการเต้นของหัวใจ เพื่อช่วยดันเลือดกลับไปเลี้ยงหัวใจและอวัยวะสำคัญได้ดีขึ้น กลไกการทำงาน ช่วงหัวใจคลายตัว เครื่องจะบีบรัดไล่จากล่างขึ้นบน ช่วยดันเลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจและสมองมากขึ้น ช่วงหัวใจบีบตัว เครื่องจะคลายทันที ลดแรงต้าน ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำงานหนัก ประโยชน์ของ ECP เพิ่มการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกาย กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ (Natural Bypass) ลดอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ช่วยฟื้นฟูหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลดีต่อสมอง ไต ตับ และผิวพรรณ สนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และชะลอวัย เหมาะกับใคร? ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ที่เคยทำบอลลูนหรือบายพาสแล้วยังมีอาการ ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะไม่รุนแรง ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดส่วนปลาย / ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย หรือดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จุดเด่นของ ECP ไม่ต้องผ่าตัด […]
คนที่ชอบทานหวานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม น้ำหวาน เค้ก คุกกี้ แพนเค้ก ไอศกรีม ต้องระวัง การได้รับน้ำตาลในปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันพอกตับ โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะซึมเศร้า น้ำตาลเมื่อเข้าสู่ร่างกายในปริมาณสูง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินจำนวนมาก หากเกิดซ้ำ ๆ นานวันเข้า ร่างกายอาจดื้ออินซูลิน และพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรังได้ น้ำตาลทำร้ายร่างกายอย่างไร? ทำให้เกิด อนุมูลอิสระ (Free Radicals) เพิ่มขึ้น กระตุ้นการสร้างสาร AGEs (Advanced Glycation End Products) ที่ทำให้เซลล์เสื่อมเร็ว ทำลายผนังหลอดเลือดโดยตรง เสี่ยงหลอดเลือดแข็งตัว ส่งผลต่อสมอง ทำให้อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยล้า สมาธิลดลง เมื่อร่างกายต้องเผาผลาญน้ำตาลมาก ๆ จะมีการใช้วิตามินกลุ่ม B เพิ่มขึ้น เพราะวิตามิน B เป็นตัวช่วยสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ทำไม “วิตามิน […]
เคยลองหยุดคิดดูไหมคะ ว่าในแต่ละวัน ตั้งแต่การลืมตาตื่น การเดิน การพูดคุย การหัวเราะ หรือแม้แต่การอ่านบทความนี้อยู่ มีอวัยวะส่วนไหนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังทั้งหมด? คำตอบก็คือ “สมอง” ของเรานั่นเองค่ะ สมองเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการสุดอัจฉริยะที่คอยควบคุมทุกอย่างในร่างกายของเรา เป็นอวัยวะที่ซับซ้อนและน่าทึ่งที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นส่วนที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้ควบคุมที่สำคัญคนนี้ พร้อมวิธีสร้างเกราะป้องกันให้สมองแข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ กันค่ะ สมอง: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในร่างกายเรา รู้ไหมคะว่าสมองของผู้ใหญ่เรานั้นมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียงแค่ 1.3 – 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ภายในก้อนสมองเล็กๆ นี้ กลับประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทที่เชื่อมต่อกันนับแสนล้านเซลล์เลยทีเดียวค่ะ เครือข่ายเซลล์ประสาทเหล่านี้ทำงานประสานกันอย่างซับซ้อนตลอดเวลา แม้กระทั่งในตอนที่เรานอนหลับ เพื่อควบคุมตั้งแต่การหายใจ การเต้นของหัวใจ ไปจนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความฝัน และความทรงจำต่างๆ ค่ะ โครงสร้างหลักของสมองที่เราควรรู้จัก สมองของเราแบ่งการทำงานหลักๆ ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ที่ทำงานร่วมกันอย่างน่ามหัศจรรย์ค่ะ ซีรีบรัม (Cerebrum) หรือ สมองใหญ่: ศูนย์บัญชาการความคิด เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของสมอง ทำหน้าที่เป็นเหมือน CEO ของร่างกายเลยค่ะ ควบคุมการทำงานด้านความคิด ความจำ การเรียนรู้ การตัดสินใจ การใช้เหตุผล […]
“เรายังหนุ่มยังสาวไม่เป็นหรอก” “บ้านเราไม่มีใครเป็น เราก็ไม่เป็น” ประโยคคุ้นหูเหล่านี้ คือส่วนหนึ่งของความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ “โรคเบาหวาน” ที่หลายคนยังเชื่อกันอยู่ค่ะ โรคเบาหวานเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และการมีความเชื่อแบบผิดๆ อาจทำให้เราละเลยสัญญาณเตือนสำคัญ จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้เรามาอัปเดตความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ให้ถูกต้องกันดีกว่า จะได้ดูแลตัวเองและคนที่เรารักได้อย่างถูกวิธีค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีความเชื่อไหนบ้างที่เราอาจจะยังเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่ เบาหวานเป็นโรคของคนแก่เท่านั้น? ไม่ใช่เลยค่ะ แม้ว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะพบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนหนุ่มสาวจะไม่มีความเสี่ยงนะคะ ในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เช่น การกินอาหารแคลอรีสูง ขาดการออกกำลังกาย ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็กเลยค่ะ เพราะเป็นภาวะที่ร่างกายสร้างอินซูลินไม่ได้ ดังนั้นอายุจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเสี่ยงของโรคนี้ค่ะ คนผอมไม่มีทางเป็นเบาหวาน? เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมากเลยค่ะ! แม้ว่าความอ้วนจะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาล) แต่คนผอมก็สามารถเป็นเบาหวานได้สบายๆ เลยค่ะ หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน (พันธุกรรม) มีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เอง ดังนั้นไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็ควรใส่ใจสุขภาพและตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำเหมือนกันนะคะ ในครอบครัวไม่มีใครเป็น เราก็ไม่เสี่ยง? พันธุกรรมเป็นเพียงแค่ “ส่วนหนึ่ง” ของความเสี่ยงเท่านั้นค่ะ […]
พอเริ่มอายุมากขึ้น หลายคนกังวลเรื่อง “อัลไซเมอร์” ทั้งขี้ลืม คิดเลขช้าลง หรือนึกคำพูดไม่ออก… แต่รู้ไหมครับว่าเราป้องกันและชะลอความเสื่อมได้! ลองเช็ก 3 ข้อนี้ แล้วนำไปปรับใช้กัน 1. การนอนคือหัวใจหลัก (ห้ามอดเด็ดขาด!) การนอนน้อยกว่า 5 ชม. คือการเปิดประตูรับโรคสมองเสื่อม! ทำไมต้องนอน 7 ชม. ขึ้นไป? เพราะร่างกายจะหลั่ง “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้ฮอร์โมนอื่นๆ อย่าง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมร่างกายและช่วยเรื่องสารสื่อประสาทในสมอง ทริค: ยิ่งอายุเยอะ เมลาโทนินยิ่งผลิตน้อยลง การจัดตารางนอนให้ดีจึงสำคัญมากต่อการดูแลสมอง 2. สมดุลฮอร์โมนดี สมองก็พุ่ง เมื่อเข้าสู่วัย 60+ ฮอร์โมนในร่างกายมักลดต่ำลง โดยเฉพาะ “ไทรอยด์” ถ้าไทรอยด์ต่ำ ประสิทธิภาพการคิดและความจำจะแย่ลงทันที วิธีแก้: ปัจจุบันมีการใช้สารสกัดธรรมชาติ (เช่น Thyroid Armour จากธรรมชาติ) ภายใต้การดูแลของคุณหมอ เพื่อช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด ให้สมองกลับมาทำงานได้เต็มที่เหมือนเดิม 3. กินให้น้อยลงด้วยการทำ IF […]
ทำไม “กล้ามเนื้อ” จึงสำคัญ? กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่ให้ดูแข็งแรง แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น หากมวลกล้ามเนื้อลดลง คุณภาพชีวิตก็จะลดตาม เช่น เคลื่อนไหวน้อยลง เสี่ยงหกล้มง่าย หรือแม้แต่โรคเรื้อรังต่าง ๆ ก็มีโอกาสเกิดมากขึ้น นอกจากนี้กล้ามเนื้อยังมีความสัมพันธ์กับ “อายุชีวภาพ” หรือ Biological Age ซึ่งสามารถวัดได้จากการทดสอบ Epigenetics ยิ่งเรามีกล้ามเนื้อดี สุขภาพของเราก็ยิ่งแข็งแรงและมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนยาวมากขึ้น วิธีวัดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า “จะรู้ได้อย่างไรว่ามีกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน?” จริงๆ แล้วมีหลายวิธี แต่แบบที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือการใช้เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีฟังก์ชันวัดมวลกล้ามเนื้อ (BIA) 1. การใช้เครื่อง BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) เครื่อง BIA เป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าระดับต่ำเข้าสู่ร่างกายในการวัดองค์ประกอบของร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และปริมาณน้ำในร่างกาย โดยอาศัยหลักการที่ว่าเนื้อเยื่อต่างๆ จะต้านทานกระแสไฟฟ้าไม่เท่ากัน มีอยู่ 2 ประเภทหลัก : แบบพกพาใช้ที่บ้าน : มักเป็นเครื่องชั่งน้ำหนักที่มีฟังก์ชันวัดองค์ประกอบร่างกาย โดยทั่วไปใช้ความถี่ไฟฟ้าเดียว (Single […]
หลายคนรู้ว่าวิตามินดีสำคัญต่อกระดูก แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่า ระดับวิตามินดีในร่างกาย ยังมีความเกี่ยวข้องกับ “ความเสื่อมของสมอง” ด้วย งานวิจัยทางการแพทย์พบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำมาก (ต่ำกว่า 10 ng/mL) มีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 122% และผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 20 ng/mL) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณ 51% เมื่อเทียบกับคนที่มีวิตามินดีเพียงพอ ทำไมคนยุคใหม่ขาดวิตามินดีมากขึ้น? เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เช่น ทำงานในออฟฟิศ อยู่ในอาคารเป็นเวลานาน ใช้ชีวิตในห้างหรือห้องแอร์ ทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดน้อยลง ซึ่งเป็นแหล่งสร้างวิตามินดีตามธรรมชาติ วิตามินดีมีส่วนช่วย ลดการอักเสบของเซลล์ประสาท ส่งเสริมการทำงานของสารสื่อประสาท สนับสนุนการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลั่ง “เซโรโทนิน” ซึ่งช่วยควบคุมอารมณ์และความเครียด แหล่งของวิตามินดี แสงแดดอ่อนช่วงเช้า อาหาร เช่น ปลาแซลมอน ไข่แดง นมเสริมวิตามินดี วิตามินเสริม โดยเฉพาะ วิตามิน D3 (ควรอยู่ในคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ) การดูแลระดับวิตามินดีอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดูแล “สมองให้แข็งแรงในระยะยาว” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมาย Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd Website […]
ไหมว่า “ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c)” ถ้าเกิน 6.5 ถือว่าเข้าสู่ภาวะเบาหวาน แต่ถ้าอินซูลินยังไม่สูง แปลว่า “ตับอ่อนยังทำงานได้ดี” และยังสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการ คุมอาหารให้เหมาะสม เมื่อเรากินข้าว แป้ง น้ำตาล หรือแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะถูกย่อยกลายเป็น “น้ำตาลในเลือด” ปกติร่างกายจะหลั่ง “อินซูลิน” จากตับอ่อนเพื่อช่วยลดน้ำตาล แต่ถ้ากินหวานหรือแป้งมากเกินไป น้ำตาลก็จะพุ่งสูงแม้อินซูลินยังดีอยู่ แนวทางฟื้นฟูง่าย ๆ 1. ทำ IF (Intermittent Fasting) กินแค่ 2 มื้อ เช่น เที่ยง–เย็น (เวลากินใกล้กันดีที่สุด) 2. ตัดขนมและของหวานจัดออกก่อน โดยเฉพาะแป้งขัดสีและน้ำตาล 3. กินเป็นมื้อ ๆ เท่านั้น ห้ามกินจุกจิกนอกมื้อ 4. เลือกเวลากินให้ดี ร่างกายคุมน้ำตาลได้ดีที่สุดตอนเช้า–กลางวัน ถ้าอยากกินขนม ให้กินตอนเที่ยง ห้ามกินมื้อเย็น เพียงคุมอาหารและเวลาการกินอย่างสม่ำเสมอ น้ำตาลในเลือดจะค่อย ๆ กลับมาปกติได้ — โดยไม่ต้องพึ่งยาในระยะเริ่มต้นค่ะ […]











